วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แบบทดสอบอยุธยา

แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบเบญจมราชานุสรณ์





1. ใครเป็นผู้ประกาศอิสรภาพให้แก่อยุธยา

พ่อขุนรามคำแหง

พระเจ้าอู่ทอง

พญาลิไท

พ่อขุนบางกลางหาว



2. การเปลี่ยนแปลงแบบเทวสมมติคือแบบชาติใด

ขอม

พม่า

อังกฤษ

อินเดีย



3. ลักษณะสำคัญของการปกครองระบบเทวสมมติมีกี่ประการ

1 ประการ

3 ประการ

4 ประการ

5 ประการ



4. ระบบเทวสิทธิ์ปกครองแบบใด

พ่อปกครองลูก

แบ่งแยกผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้การปกครอง

แบ่งตามชนชั้น

แบ่งตำแหน่ง



5. ลักษณะการปกครองสมัยโบราณมีกี่แบบ

5 แบบ

4 แบบ

2 แบบ

3 แบบ



6. ใครได้ปรับปรุงระบอบการปกครองใหม่ในสมัยอยุธยา

พ่อขุนรามคำแหง

พ่อขุนบางกลางหาว

พระเจ้าอู่ทอง

พญาลิไท



7. การปรับปรุงระบอบการปกครองใหม่เรียกว่าอะไร

การปกครองส่วนภูมิภาค

การปกครองนาย-ไพร่

การปกครองแบบพ่อปกครองลูก

การปกครองประธิปไตย



8. สมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้ทรงปรับปรุงรูปแบบการปกครองขึ้นใหม่แบบใด

แยกการบริหารราชการออกเป็นฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร

แยกชนชั้น

แยกนาย-ไพร่

แยกตามตำแหน่ง



9. ใครมีความชำนาญทางการปกครองได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

พระยามาจากกรุงกัมพูชา

พญาลิไท

พระยามาจากขอม

พ่อขุนรามคำแหง



10. "ผู้รั้ง"ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกี่ปี

2 ปี

3 ปี

1 ปี

5 ปี





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






แบบทดสอบวันวิสาขบูชา

แบบทดสอบความรู้ออนไลน์
แบบทดสอบเบญจมราชานุสรณ์





1. วันวิสาขบูชาตรงกับวันอะไร

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8

วันแรม 15 ค่ำ เดือน 6

วันแรม 15 ค่ำ เดือน 8



2. วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างไร

เป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

เป็นวันพระราชอภิเษก

เป็นวันปรินิพาน



3. พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นอะไร

ใต้ต้นสาละ

ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์

ใต้ต้นพิกุล

ใต้ต้นโมก



4. คำว่า "วิสาขบูชา" หมายถึงอะไร

การบูชาในวันเพ็ญเดือน 5 วิสาขบูชา

การบูชาในวันเพ็ญเดือน 12วิสาขบูชา

การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา

การบูชาในวันเพ็ญเดือน 8วิสาขบูชา



5. พระพุทธเจ้าปรินิพานมีพระชนกี่พรรษา

45 พรรษา

50 พรรษา

80 พรรษา

72 พรรษา





ผลคะแนน =

เฉลยคำตอบ:






วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กรุงรัตนโกสินทร์



กรุงรัตนโกสินทร์ หรือ "กรุงเทพมหานคร" เป็นราชธานีของไทย ตั้งอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับที่ตั้งของกรุงธนบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระนครขึ้น โดยทำพิธีตั้งเสาหลักเมืองของพระนครใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ เวลาย่ำรุ่งแล้ว 45 นาที ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325

ทั้งนี้ ได้พระราชทานนามของพระนครว่า "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมารอวตารสถิต สักกะทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์"แปลว่า พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตย์ของพระแก้วมรกต เป็นพระมหานครที่ไม่มีใครรบชนะ มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ไปด้วยแก้วเปราะน่ารื่นรมย์ยิ่ง พระราชนิเวศน์ใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานของเทพผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษนุกรรมลงมาเนรมิตไว้ เรียกสั้นๆ ว่า "กรุงเทพฯ" "กรุงเทพมหานคร" หรือ "กรุงรัตนโกสินทร์" ซึ่งคำว่ากรุงเทพในตอนต้นชื่อนั้น สันนิษฐานว่ามากจากชื่อหน้าของ อยุธยา ว่า กรุงเทพ ทราราวดีศรีอยุธยา (ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปลงสร้อยพระนามพระนครจาก "บวรรัตนโกสินทร์" เป็น "อมรรัตนโกสินทร์")

สภาพภูมิประเทศของกรุงรัตนโกสินทร์นั้น กรุงตั้งอยู่บริเวณแหลมยื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านลงมาจากทางเหนือ ผ่านทางตะวันตกและใต้ก่อนที่จะมุ่งลงใต้สู่อ่าวไทย ทำให้กรุงดูคล้ายกับกรุงศรีอยุธยา รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้ขุดคูพระนครตั้งแต่บางลำภูไปถึงวัดเลียบ ทำให้กรุงรัตนโกสินทร์มีสภาพเป็นเกาะสองชั้น คือส่วนที่เป็นพระบรมมหาราชวังกับส่วนระหว่างคูเมืองธนบุรี(คลองคูเมืองเดิม)กับคูพระนครใหม่ ในขณะเดียวกันได้มีการสร้างพระบรมมหาราชวังแบบง่ายๆเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พอประกอบพิธีแล้วจึงรื้อของเก่าออกและก่ออิฐถือปูน ส่วนกำแพงพระนครนั้น นำอิฐจากกรุงศรีอยุธยามาใช้สร้าง

กรุงรัตนโกสินทร์ถือว่ามีชัยภูมิชั้นเยี่ยมในการป้องกันศึกในสมัยนั้น คือพม่า ด้วยเนื่องจากมีแม่น้ำเจ้าพระยาขวางทางตะวันตก นอกจากนี้กรุงธนบุรีเดิมก็สามารถดัดแปลงเป็นค่ายรับศึกได้ แต่เหตุการณ์ที่พม่าเข้าเหยียบชานพระนครก็ไม่เคยเกิดขึ้นสักครั้ง เป็นที่สังเกตว่า การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเป็นการลงหลักปักฐานของคนไทยอย่างเป็นทางการหลังกรุงแตก เพราะมีการสร้างปราสาทราชมณเฑียรอย่างงดงามต่างจากสมัยธนบุรี ทั้งๆที่ขณะนั้นเกิดสงครามกับพม่าครั้งใหญ่

กรุงรัตนโกสินทร์แล้วเสร็จจริงๆในปี พ.ศ. 2327 มีการสมโภชพระนครครั้งใหญ่ มีการลอกองค์ประกอบของกรุงศรีอยุธยามามากมาย เช่นวัดสุทัศน์แทนวัดพนัญเชิญ มีพระบรมมหาราชวังอยู่ริมน้ำ เป็นต้น แต่กรุงรัตนโกสินทร์ถูกสร้างต่อมาจนสมบูรณ์หมดจริงๆ ในช่วงรัชกาลที่ 3 และรัชกาลต่อมาจึงขยายพระนคร

การขยายพระนครนั้นเริ่มในสมัยรัชกาลที่4 เมื่อมีการขุดคลองผดุงกรุงเกษมขึ้น พร้อมสร้างป้อมแต่ไม่มีกำแพง นอกจากนี้ยังมีการตัดถนนเจริญกรุงและพระรามสี่หรือสมัยนั้นเรียกถนนตรง ทำให้ความเจริญออกไปพร้อมกับถนน สรุปได้ว่าในรัชกาลที่ 4 เมืองได้ขยายออกไปทางตะวันออก ในรัชกาลที่ 5 ความเจริญได้ตามถนนราชดำเนินไปทางเหนือพร้อมกับการสร้างพระราชวังดุสิตขึ้น กำแพงเมืองต่างๆเริ่มถูกรื้อเนื่องจากความเจริญและศึกต่างๆเริ่มไม่มีแล้ว

หลังจาก ร.ศ.112 ที่ฝรั่งเศสยกเรือรบมาถึงบางรัก ก็เป็นแค่ไม่กี่ครั้งที่ข้าศึกต่างชาติเข้าถึงชานพระนครได้ ความเจริญได้ตามไปพร้อมกับวังเจ้านายต่างๆนอกพระนคร ทุ่งต่างๆกลายเป็นเมือง และในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เกิดสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรก เป็นสะพานข้ามทางรถไฟชื่อสะพานพระรามหก จนถึงรัชกาลที่ 7 ฝั่งกรุงธนบุรีกับพระนครได้ถูกเชื่อมโดยสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพุทธ)ทำให้ประชาชนเกิดความสะดวกขึ้นมามาก หลังจากนั้นเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สองในรัชกาลที่ 8 พระนครถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตรบ่อยครั้ง แต่พระบรมมหาราชวังปลอดภัยเนื่องจากทางเสรีไทยได้ระบุพิกัดพระบรมมหาราชวังมิให้มีการยิงระเบิด เมื่อสิ้นสงครามแล้วพระนครเริ่มพัฒนาแบบไม่หยุด เกิดการรวมจังหวัดต่างๆเข้าเป็นกรุงเทพมหานคร และได้เป็นเขตปกครองพิเศษหนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย

กรุงธนบุรี




ประวัติกรุงธนบุรี

กรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งที่สามของไทย ระหว่าง พ.ศ.2310 - 2325 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเมืองนี้มีชื่อว่า ธนบุรีศรีมหาสมุทร แต่ชาวตะวันตกมักเรียกกันว่า บางกอก ซึ่งอาจมาจาก บางเกาะ ด้วยสภาพพื้นที่เป็นรูปโค้งคล้ายเกือกม้ามองดูเหมือนเกาะ ปี พ.ศ. 1976 ในรัชกาลของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) ธนบุรีมีฐานะเป็นเมืองท่านนอนสำหรับเก็บภาษีอากร ผู้ปกครองเขตนี้เรียกชื่อว่า “นายพระขนอนทณบุรี” ปี พ.ศ. 2065 ในรัชกาลของพระชัยราชาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้โปรดให้ขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างปากคลองบางกอกน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม บริเวณหน้าวัดอรุณราชวราราม คลองลัดนี้กว้างขึ้นจนเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาสายใหม่ เกิดความสะดวกแก่เรือสินค้าที่จะล่องไปอยุธยา ทำให้ความสำคัญของธนบุรีทวีขึ้นถึง พ.ศ.2100 ในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าเป็นครั้งที่ 2 แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ทรงสามารถกู้อิสรภาพคืนมาได้ภายในเวลา 6 - 7 เดือน เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่า กรุงศรีอยุธยาเสียหายเกินกว่าจะบูรณะให้กลับดีดังเดิมได้ ประกอบกับกำลังทัพของพระองค์มีไม่พอเพียงที่จะรักษาพระนครได้อีกต่อไป จึงอพยพผู้คนมาสร้างราชธานีใหม่ขึ้นที่ธนบุรี ศูนย์กลางของกรุงธนบุรีแต่เดิมนั้นเป็นชุมชนเก่าตั้งอยู่แถบพระราชวังเดิม (กองทัพเรือในปัจจุบัน) ที่นี่มีป้อมสำคัญ ชื่อ ป้อมชื่อวิชัยประสิทธิ์ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาโปรดให้สร้างขึ้นที่บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2208 ป้อมที่สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส แต่เมื่อสิ้นรัชกาลของพระองค์ พระเพทราชา พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ต่อมาโปรดให้จับกุมทหารชาวฝรั่งเศสและรื้อป้อมนั้นลงเสีย สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดให้สร้างพระราชวังของพระองค์ขึ้นในที่ซึ่งเคยเป็นป้อมวิชัยประสิทธิ์ ตลอดระยะเวลา 14 ปี ของรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี พระองค์ได้ทรงฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ รวบรวมแผ่นดินและผู้คนให้เป็นปึกแผ่น ราชธานีจึงรุ่งเรือง มั่งคั่ง และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธ์ธัญญาหาร กรุงธนบุรีจึงเป็นศูนย์อำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองสามารถที่จะแทนที่กรุงศรีอยุธยาได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชแห่งราชวงศ์จักรี โปรดให้ย้ายราชธานีไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาและตั้งกรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ นับแต่นั้นมาธนบุรีจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร แม้ว่ากรุงธนบุรีจะเป็นราชธานีอยู่เพียง 15 ปี ดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่มานาน ทั้งยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐศาสตร์มาก่อนเนื่องจากเคยเป็นเมืองหน้าด้านสำหรับเก็บภาษี เมืองนี้มีดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกจากนั้นธนบุรียังเป็นแหล่งรวมของผู้คนหลายหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม อาทิเช่น ชาวจีน มอญ อินเดีย ญี่ปุ่น และชาวฮอลันดา ซึ่งเข้ามาทำการค้าตั้งแต่สมัยอยุธยาหลักฐานที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ คลังสินค้าของฮอลันดาซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางปะกอก ซึ่งเรียกว่านิวอัมสเตอร์ดัม

พระเจ้าตากสินมหาราช

เมื่อพระยาตากตั้งราชธานีที่กรุงธนบุรี เมื่อปลายปี พ.ศ. 2310 ทรงมีพระราชภารกิจที่หนักยิ่ง ประการแรกคือการรวบรวมบ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่นระหว่างที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าบ้านเมืองได้แตกแยกเป็นก๊ก เป็นเหล่า หลายก๊ก ได้แก่ชุมนุมเจ้าพระยาฝาง ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลกอยู่ทางเหนือ ชุมนุมเจ้าพิมายอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ชุมนุมเจ้านครอยู่ทางใต้ พระเจ้าตากต้องทำศึกภายในเพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่บ้านเมืองขณะเดียวกันต้องทำศึกกับพม่าอีกนับสิบครั้ง ศึกครั้งสำคัญคือการสู้รบกับอะแซหวุ่นกี้ที่เมืองพิษณุโลก นอกจากนี้ยังต้องทำศึกกับเขมร ลาว อีกหลายครั้ง นอกจากนี้พระเจ้าตากยังทรงมีพระราชภารกิจอื่นๆ อีกมากมายที่สำคัญ คือ ภารกิจทางด้านเศรษฐกิจในระหว่างที่ทำศึกสงครามกับพม่าพลเมืองไทยไม่เป็นอันทำมาหากิน ต้องทิ้งไร่ทิ้งสวนหนีพม่าทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนเสบียงอาหารประชาชนอดอยากไม่มีข้าวปลาอาหารรับประทาน พระเจ้าตากต้องสละพระราชทรัพย์ซื้อข้าวจากต่างประเทศมาเลี้ยงประชาชน ทรงชักชวนขุนนางไทยใหญ่น้อยให้ทำนาปรังเพื่อให้มีข้าวกิน ทรงหาเงินโดยการค้าขายกับจีน ญวน นอกจากนี้ทรงต้องแก้ปัญหาในด้านคุณธรรม จริยธรรมอีก เพราะในระหว่างศึกสงครามด้านพระศาสนาได้เสื่อมโทรมลง มีพระสงฆ์นอกรีตนอกรอยเกิดขึ้นมาก พระเจ้าตากสินต้องหาทางแก้ไข และฟื้นฟูพระศาสนาขึ้นมาใหม่ โดยโปรดเกล้าให้คัดลอกพระไตรปิฎกจากเมืองนครศรีธรรมราชในด้านส่วนพระองค์ของพระเจ้าตากสินทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอันมาก ทรงศึกษาพระธรรมและนั่งวิปัสสนาอยู่เป็นเนืองนิตย์ พระเจ้าตากสินมหาราชเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบุญคุณต่แประชาชนชาวไทยอย่างใหญ่หลวง ทรงกอบกู้อิสรภาพจากพม่า ทรงรวบรวมอาณาจักรให้เป็นปึกแผ่น ทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร ทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทรงเป็นที่รักและเคารพของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าโดยเฉพาะชาวธนบุรี